วันที่3 โกเท็มบะ – เก็บสตรอเบอร์รี่สดจากไร่ – บ่อน้าศักดิ์โอะชิโนะฮัคไค – ชมความงามแห่งภูเขาไฟฟูจิ ชั้น 5 (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ) – นครโตเกียว – ช้อปปิ้งชินจูกุ - อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ชาบูเนื้อหมูและเนื้อวัว (ไม่อั้น) ตื่นเช้ามาครับสูตร์เดิม 6-7-8 คื่อตื่น6โมงเช้า กินข้าว7โมง เดินทาง8โมง แต่ก่อนจะกินข้าวขอเดินรอบโรงแรมเล่นถ่ายรูปก่อนเดียวคนเยอะ ทัวย์ไทยทั้งนั้นบ้าถ่ายรูป555 ปล.ตอนกลางคืนไกยืห้ามออกจากโรงแรมนะครับเพราะแถวนี้อาจมีสัตร์มาทำร้ายได้ (ทำยั้งกะอยู่กลางป่าข้างโรงแรมก็มีถนนลาดยาง บ้านคน) โรงแรมนี้มีน้ำตกจำลองด้วยอลังการมาก แล้วก็ปลาคราฟ ญีปุ่นแท้ๆตัวใหญ่ที่เค้าว่าแพงๆอะ โอ้เห็นเป็นบุญตา นี้หรื่อที่ตัวเป็นแสนๆ ถ้าไม่มีใครห้ามจะลงโดดลงไปไหวน้ำกับปลาล่ะ (ใครจะไปห้าม หนาวขนาดนั้น) สนญี่ปุนเป็นต้นไม้ที่ เข้าบรรยกาศมาก ทำไมถ้าไปปลูกที่ประเทศอื่นถึงดูแล้วเฉยๆนะ ยิ่งมาในรูปแบบบอลไซนะสุดยอด โต้ะน้ำชาข้างต้นซากุระ ถ้าไม่ติดหนาวมือสั่นคงโรแมนติกอยู่นะ หนาวไม่ไหวเข้ามาในโรงแรม บริเวณโรงแรมจะมีป้ายภาษาไทยด้วย เผื่อรับรองแล้วว่าคนไทยมาพักเยอะนะ และคนไทยมั้นนนนไม่รู้ห่าเหวอะไรจนต้องทำภาษาของมันให่อ่านเลย(ประหนึ่งเราด่านักท่องเทียวจืนที่มาเทียวเชียงใหม่)หมาป่าสต้าป ก็คงมีไอตัวพวกเนี้ยล่ะมาป้วนเปียนเวลากลางคืน ชั้นตุ้กตาฮินะ(ใช่ปะไม่แน่ใจ) ไม่ต้องรอวันเทศการเด็กผู้หญิงก้มีให้เห็น สวยแบบหลอนๆดี ถอนตอนกลางคืนมองนานๆจะเอาไปฝันร้ายแน่ๆ555 ข้างกันชั้นตุ้กตาซามูไร สวยนะเนี้ย ในล้อปปี้ก็จะมีชุดเการะจำลอง ตั้งโชว์เพื่อให้รู้ว่าที่นี้ ญี่ปุ่นนะฮ้าฟ ไม่ใช่ไทย ถึงจะคนไทยเยอะจนนึกว่าพักชาญเมืองแถวเชียงใหม่ก็เถอะ555 เพราะอยู่โรงแรมนี้แทบไม่เจอคนชาติอื่นเท่าไร คนญี่ปุนที่เจอก็อยู่เค้าเตอรื และเสริฟอาหารเท่านั้นเด็กยกกระเป๋าอะไรนี้พักมา4วันไม่เคยเจอ เดินถ่ายรูปจนหน่ำใจแล้วก็ขึ่นไปทานมื้อเช้ากัน เป็นแบบบุฟเฟ่ตักเองครับอาหารมี่หลากหลายทั้ง ฝรั่ง ญี่ปุ่น ตอนกลางคืนห้องอาหารนี้อาจจะไม่มีวิวอะไรแต่ตอนเช้า เป็นฟูจิซังได้ชัดมากๆ ตามธรรมเนี้ยถ่ายก่อนค่อยกิน แล้วคิดถูกด้วยเพราะพอกินเสร็จคนไปรอถ่ายรูปเยอะมาก แต่ยังดีนะที่ต่คิวกันถ่าย(ระเบียงเล็ก) ไม่มายืนบังกันไปบังกันมาเหมื่อนพี่ทัยว์จืนเมื่อวาน หงุดหงิด พอ8โมงรถออกเดินทางต่อ วันนี้อากาศดีทั้งวันเราคงเห็นฟูจิซังกันให้เบื่อไปข้างนึง ไม่เหมื่อนเมื่อวาน เห็นครังแรกดีใจถ่ายรูปแทบไม่ทัน หน้าไกย์ชัด เราก้ฟังเค้าเรานู้นนี้ไปตาก้มองธรรมชาตินอกรถไป ไกย์ว่าฟูจิซัง ยิงมองไกลๆก็ยิ่งสวย แต่ถ้าเข้าไปใกล้จะไม่ค่อยสวย ก็เลยแวะถ่ายรูปที่ลายจอดรถให้10นาที นั่งรถชมวิวสะ1เบื่อจะไปกินสตอร์เบอรรี่กันที่ไร อิอิ ไร่สตอรเบอรรี่ ในความคิดเราก็นึกว่าไร่อะ แบบปลูกอยุ่กับพื้นเป็นแปลงๆอะ แต่ของจริงอยุ่ในโรงเรื่อนควมคุมทุกอย่าง จบกันฝันเรา แต่พอทนเพราะได้กินฟรีไม่อั้น เข้าไปในโรงเรื่อนเค้าจะมีแจกกรรไกรไว้ตัดพร้อมถาดและนมข้นหวาน(ญี่ปุ่นนิยมกินสตอร์เบอรรี่จิ้มนมข้นหวาน)เจ้าของสวนจะมาต้อนรับเราและอธิบายนิดหน่อย สอนวิธีตัดว่าตัดยังไง พูดไทยพอได้บ้างบางคำ และสังเกตุว่าด้านหลังป้ายมีภาษาไทยอีกแล้วเหอะๆ เสร็จจากอบรมก้เดินเข้าโรงเรื่อนโดยจะมีหลายโรงเรื่อนเค้าไม่ได้ให้เราเดินตัดทั้งหมดแต่จะมีแค่ไม่กี่ล้อกที่ให้นอกนั้นจะเอาเชื่อกมากั้ยไว้ วิธีดูสตอรเบอรรี่ที่อร่อยคือให้หาลูกที่ไม่สวย บิดๆเบียวๆจะอร่อย และให้กินจากส่วนหัวไปปลาย เพราะส่วนหัวเปรี้ยว ส่วนปลายหวาน แต่ผมไม่สนเด็ดใบทิ้งจิ้มพริกบ๋วย(ที่เอามาจากไทย) โยนเข้าปากทั้งลูก5555 หลังจากพายุคนไทยซัดสตอรเบอรรี่กันสะหมดแถวแล้ว แถมบ่นว่าไม่อร่อยเพราะมันนิ่มกว่าของไทย(ก้จริงเชียงใหม่อร่อยกว่า หน้าสวนสัตร์เชียงใหม่ 100 นึ่ง ถุงเท่านี้ ทำมือกว่าๆ ใบสะครึ่งถุง555) ก็มาต่อกันที่ บ่อน้ำศักดิ์ โอชิโนะฮัคไค อยู่ใกล้ๆกันครับนั่งรถปประมาณ5นาที บ่อน้ำศักดิ์ โอชิโนะฮัคไค บ่อน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขาไฟฟูจิ ที่ใช้เวลาอันยาวนาน ในการไหลลงมาสู่พื้นดินและซึมซาบไปยังบ่อน้ำแต่ละบ่อ ดังนั้นน้ำที่อยู่ในบ่อ จะเป็นน้ำที่ใสสะอาด และสดชื่นมาก ในปี 1985 สถานที่แห่งนี้ยังได้ถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 100 อันดับ แหล่งน้ำจากธรรมชาติที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย โดยแบ่งเป็นทะเลสาบย่อยๆได้ถึง 8 แห่ง โดยชื่อโอชิโนะ ฮัคไค มีความหมายว่า ทะเลสาบทั้ง 8 แห่งโอชิโนะ (ลอกมาจากในเว็ปตอนไปไม่ได้ฟังไกย้เล่าเอาแต่ถ่ายรูป) บ่อที่2จะกว้างเป็นบึงเลย มีปลามีสาหร่ายไม่ติดว่าหนาวมีโดดน้ำแน่ๆ ด้านหลังจะเห้นฟูจิซังอยู่ไกลๆ ตามมาทุกทริปอะวันนี้ บ่อ3 นี้ลึก8เมตร มีปลาในบ่อเต็ม น่าจะมีทางเชื่อมมาจากบึง ที่จริงที่นี้ก้มีการขายอาหารให้ปลานะ แต่ไม่เห้นมีคนซื่อเลย ข้างๆบ่อที่3 จะมีบ่อน้ำมนต์อยู่ ก็จะมีการ ล้างหน้า และกรอกกลับบ้าน ใครไม่มีขวดเปล่ามา แถวนั้นมีขายเหอะๆ แต่บางคนไม่รู้จะไปกรอกตรงในที่ข้ายของซึ่งจะคนล่ะอันกันครับ ถ่ายรูปจนหน่ำแล้วก็เดินหาอะไรกินซื่อของฝาก ลูกชิ้นปลา ปลาหมึกชีส อร่อยชะมัดเลย โมจิปิ้งเจ้านี้ไกย์บอกอร่อย คนต่อคิวยาว ก็ลองซื่อมาดูครับ รถชาตินุ่มใช่ได้ใส้ถัวแดง เดินดูของกระจุ้กกระจิ้กครับ ของเยอะมาก ประเทศนี้ฮิตคิตตี้ ในโหลนี้ น่าจะสาหร่ายน้ำนะ เห็นสะพานเหล็กมีขาย100บาท อันนี้ราคา100กว่ากลับไปซือไทยดีกว่า เดินกลับรถ ข้างทางจะมีคนตะโกนขายของ บางคนก้พูดไทยได้ก้ตะโกนภาษาไทย แต่มาโดนไอ้ปลาหมึกวาซาบิ ให้ชิมฟรี อร่อยจัดไปเลย2ถุง ใครไปแนะนำ คนขายพูดไทยได้เป้นคำๆ หลังจากไปบ่อน้ำในโปรแกรมต้องขึ่นไปดูฟูจิซัง ชั้น5 แต่เนี้องจากหิมะละลายเค้าจึงปิดทางเลยไปดูได้แค่ชั้น1 เปรียบง่ายๆคื่อจุดที่ไว้จอดรถทัวย์ฉี่นั้นเอง ทัวย์ก้แห่ถ่ายรูปกันเยอะมากทั้งที่วันนี้เห็นกันมาตั้งแต่เช้าล่ะ เบื่อๆเดินไปเดินมาเจอหิมะด้วย ไม่เคยเห้นจัดสะหน่อย จริงๆมันก็คือน้ำแข็งในช่องฟรีส ดีๆนี้เองฮา 2คนนี้น่ารักอะทัวย์จีน คนนี้มีอุปกรณ์การเซลฟี้ระยะไกล้ด้วย คือไม่ต้องง้อใครถ่ายให้5555 เสร็จจากไปถ่ายรูปฟูจิซังก็จะไปกินข้าวเทียงกันต่อ สักพักรถก็มาจอดใกล้ๆกับทะเลสาบไกย์บอกว่าเราจะมากินข้าวเทียวที่นี้ วิวสวยมากกกก ร้านอาหารที่กินอยุ่ข้างหลังทะเลสาบอยู่ชั้น4 พึ่งจะเห็นส้วมโลเทคครั้งแรกที่เนี้ย5555 ร้านอาหารเป้นร้านสไตร์ญี่ปุ่นครับ ทั้งหน้าร้านและของตกแต่ง ได้ใจมาก เป็นเซตบาบีคิว ปิ้งบนหินร้อนไกย์มีเอาน้ำจิ้มแจ่วมาด้วยเพลินอะ แต่ขอน้ำจิ้มสุกี้หมูกะทะได้มั้ย แถมไกย์เค้ากลัวไม่อิ่มกันเลยสั่งเบคอนจานใหญ่ให้อีกคนล่ะจาน สรุปมือนั้นเหลื่อบานครับ แต่อร่อยจริงๆ กินเสร็จเดินย่อยซื่อของ(ทัวย์นี้มันทัยว์ละลายทรัพย์ชัด พาไปแต่ล่ะที่่)จึงได้รุ้ว่ารอบทะเลสาบมีวัดดังๆเยอะ มาไหว้พระ9วัดคงเพลิน แต่ของในแต่ล่ะพี้นที่หรื่อแต่ล่ะร้านจะค่อนข้างไม่เหมื่อนกันนะครับเพราะเค้าจะเน้นแบบของใครของมันไม่เหมื่อนไทยที่ขาย หม้อแกงก็หม้อแกงทุกร้านอะไรแบบนี้ คือเจอที่อยากได้ให้รีบซื่ออย่าไปหวังเอาข้างหน้า(ผมลองกับตุ้กตาอันปังแมนมาแล้ว นึกว่าโตเกียว จะมี หาไม่เจอเลย ดีนะไปเจอวันกลับรอดไป) สาวน้อยเกาะแก้ว แพงอยู่นะตัวนึง ขนมแปลกๆ กินอิ่มขึ่นรถมุ่งหน้าเข้าเมื่องครับ จุดหมายต่อไปชินจูกุ แต่ก่อนถึงแวะที่พักรถเข้าห้องน้ำและช้อปก่อน(^^!!!) เค้ากำลังเอาน้ำกระป๋องมาเติมตู้ ส้วมญี่ปุน อย่าแปลกใจที่เข้าไปแต่ล่ะที่มันจะไม่เหมื่อนกันสักที่ หาที่กดน้ำไม่เจอ บางอันเป็นเซ็นเซอร์ก็มี(จะไฮเทคไปล่ะนอกจากจะ มีที่ฉีดก้นสุดล้ำ เบาะอุ่นตูด ทิชชู่ละลายน้ำ ยังจะมีชักโครกเซนเซอร์อีก บ้านเรายังใช่สายฉีดอยู่เลยนะ) อันนี้ก้เหมื่อนกัน ตอนแรกหาที่กดไม่เจอ เจอไอ้ปุ้มใหญ่เราก้ไม่กล้ากดนึกว่าปุ่มขอความช่วยเหลื่อหานานมาก จนลองกดดูโอเคชักโครก จบ นั่งรถมาอีกเกือบชัวโมงก็เริ่มเข้าตัวเมื่องล่ะ มาถึงแล้วชิจูกุ ในที่สุดก็รู้สึกว่าได้มาถึงญี่ปุ่นสะที่(เดินอยู่ในชาญเมื่องตลอด) แต่ก่อนที่ไกย์จะปล่อยช้อปกันก็มีการแจกแผนที่ก่อน และนัดกันอีก3ชัวโมงให้มาเจอกันที่หน้าห้าง เปเป้(PAPA) เพื่อไปกินข้าวเย็น อิอิ รอบแรกลงรถไกย์พาเดินไปดูจุดนัดหมายก่อน แล้วค่อยปล่อยเสือเข้าป่า 5555 หน้าห้างเปเป้ ที่นัดหมาย ห้างนี้ก้มีของเป็นชั้นๆไปเลย ผู้ชาย 1ชั้น ผู้หญิง1ชั้น เครื่องครั้ว1ชั้น (จะพูดทำไมก็เหมื่อนห้างปกตินี้หว่า)... ชั้นบนสุดของห้างมีร้าน CAN DO เป็นร้าน100เยน (ไม่ใช่ไดโซะนะ) ของเยอะเหมื่อนกันแต่ราคาจริงๆต้อง108เยน บอกภาษี8% ราคาของที่นี้ยังไม่รวมภาษีนะครับ บางอันจะมีราคาภาษีมาให้เลย บางอันจะให้เราบวกเอง หน้าห้าง เปเป้ ตรงข้ามจะมีที่วีจอใหญ่ๆ เป็นสัญลักษณ์ เป็นที่นัดพบ เดินเมี้อยๆไม่มีเก้าอี้ให้นั่งพักเลย ญี่ปุนไม่มีเก้าอี้ให้นั่งรอนะอยากนั่งไปสวนสาธารณะอย่างเดียว จะเห็นคนจรปูกล่องนั่งกับพื้นเยอะ เราไม่ใช่คนจรก็เลยหาที่สูงขึ่นมานิดนึงนั่ง 5555 คนญี่ปุ่นพึงเลิกงานเดินกันเต็มเลย มองมาก้ไม่สนใจ หายเมื่อยก็เดินต่อ ร้อนดองกี้โฮเต้ สาขาชินจุกุ เปิด24ชัวโมง(มีรูปนกแพนกวิ้นขี่พระจันทร์)เปลี้ยบง่ายๆก้คือ เจ้เล้งดอนเมืองขายทุกอย่างเครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า เสื่อผ้า เครื่องหนัง SEXTOY ครอบจักรวาล(เครื่องสำอางซื่อที่นี้เค้าว่าถูกกว่าที่อื่นรวมทั้งตึกม่วง) ชินจุกุก็คนไทยเยอะ เลยมีภาษาไทยกำกับ ได้กระเป๋าเดินทางใบใหม่ที่นี้ใบใหญ่มาก2000กว่าบาท อยากแต่งคอสที่นี้ก้มี นมปลอมก็มี(เพื่อ)ที่นี้ดีทุกอย่างยกเว้นการจำกัดการซื่อ เพราะผมมีคนฝากวื่อโพมล้างหน้า1โหล เอารูปให้พนักงานผู้หญิงน่ารักดูเค้าพาไปหยิบ ผมก้หยิบมาเลย1โหล ผู้จัดการผู้ชายเห้นเดินมาหยิบออกจากตะกล้าเหลื่ออันเดียว ตอนนั้นโมโหมมากก็เลยเดินออกเลยไม่ซื่อ พึ่งมารู้จากไกยืที่หลังว่าเค้ามีจำกัดการซื่อนะ ร้านอื่นก็เป็นจะซื่อได้ต่อคน1-2หลอดเท่านั้น (อ้าว) จะซื่อโหลนึงเดินไปหา4ร้านกรรม หลังจากเดินงอนๆมาจากดองกี้โฮเต้ เกินเดินเข้าซอยมั่วๆมาโพล่ คาบูกิโจ ย่านโลกี อิอิ แถวนี้ก็จะมีผู้ชายหน้าโหดยื่นแจก ทิชชูหรื่ออะไรสักอย่าง ห้ามรับเด็จขาด เพราะถ้ารับเค้าจะลากเข้าร้านพร้อมกับสั่งเหล้าราคามหาโหด ร้านโคโยตี้หุ่นยนต์ ยื่นดูหน้าร้านก็เพลินล่ะ เดินออกมาจากย่านนั้นเจอสาวๆหน้ารัก ยกกล้องขึ่นถ่าย มองหน้ากลับอย่างโหด สังคมญี่ปุ่นเค้าไม่ชอบให้คนไม่รู้จักถ่ายรูปเพราะมีคดีลักพาตัวสูง รุ้มั้ยรู้ ถ่ายมั้ยถ่าย ก็น้องเค้าน่ารักอะอิอิ ร้านของกินและร้านอะไรไม่รู้แปลกๆเต็มเลย เดินออกมาจากซอยดอกกี้ เดินข้ามมาอีกฝั่งถนนมีร้านเครนเกม(ต้องรอสัญญาณไฟเขียวด้วยนะ) ดูแผนที่ประกอบ ร้าน สีเหลื่องABC MART เป็นร้านรองเท้า จะมีรองเท้าราคถูกด้วย แต่ไม่มีโอนิสึกะไทเกอร์อะ ร้าน มัสซูโมโต้ เป็นร้านขายยาและเครื่องสำอาง เครื่องสำอางญี่ปุ่นจัดเป็นยาครับ อย่าซื่อในห้างเพราะจะแพงครับมาร้านแบบนี้ดีกว่า ร้านของแบร์นเนมมือ2 ไม่ได้เข้าอะไม่ได้ใช้กระเป๋าหลุยร์ ร้านนี้สิน่าสน มีเปิดเพลงไทยด้วย ร้านSEX TOY อิอิ ที่เค้าเปิดเพลงไทยเพราะเป้นการเรียกลูกค้าไทยไงครับ คนไทยเข้าเยอะผมด้วย มาทั้งที่ไปสำรวจกันหน่อย เยอะมากกกกกกก โซ่แซ่ กุญแจ เทียน จักกระดุ้กกระป๋อง จักกระดิ้กปลอม อิอิ มีลดราคาของตกรุ่นด้วยถูกเกิน และแน่นอนมีภาษาไทยกำกับสินค้า ฮา ปล.รูปที่ถ่ายในร้านนี้ไปดูได้ในBLOGเท่านั้นอิอิ[url="http://tee3893.exteen.com/20140423/tee-n-in-japan-5-4-ep2-3"]http://tee3893.exteen.com/20140423/tee-n-in-japan-5-4-ep2-3[/url] หลังจากออกมาจากร้านเมื่อกี่ตื่นตามาก(เข้าไปแล้วบอกแม่ว่าร้านนี้ผู้หญิงเค้าไม่ให้ เข้า555) ก้ตื่นตารอบ2ติดกันเป้นร้านรองเท้า โอนิซึกะ วางอยู่หน้าร้านเลย ราคาน่าคบมาก 1700กว่าบาทไทย แทบวิ้งไป สไสย์แล้วกอดแนบหน้า พลิกดูเมตอิน อินโด เหอะๆ แถมอยากได้สีเหลื่องก็ไม่มี เหอะๆ แต่ไม่เป็นไร เอามือเสยผม เดียวพรู่งนี้เทียวเองจะไปดูที่ช้อปที่ ชิบุย่า หรื่อช้อปใหญ่ที่โ อโมเตะสันโดะ พร้อมคิดในใจว่า ถ้าที่อื่นแพงกรูจะวิ่งกลับมาซื่อที่นี้5555สีอะไรก็เอาล่ะ ร้านบิ้กคาเมร่า เป็นพวกสินค้าเครื่องใช่ไฟฟ้าทั้งหลาย แบบปลอดภาษี แต่ต้องดูให้ดีญี่ปุ่นกับไทยใช่ไฟไม่เท่ากัน ที่ไทย220V ญี่ปุ่นแค่110V เอง แถมปลักเค้าจะเป็นแบบขาแบนเท่านั้นใครไปเอาเครื่อแปลงไฟแปลงขาปลักไปด้วยนะครับ เดินจนเมื่อยแล้วก้ถึงเวลานัดรวมตัว กินข้าวเย็น จากหน้าห้างเดินไปครับ ตอนเดินเห้นร้าน อิวาแกเลียนด้วย ไม่รู้ขายเกียวกับอะไร อาจจะเป็นร้านขายสินค้า อิวาเกเลียน โดยเฉพาะ ระหว่างเดินเอะร้านนี้ขายอะไรอิอิ อาหารเย็นวันนี้เป็น บุฟเฟ่ชาบูชาบู หมุ เนื้อครับ (กินบุฟเฟ่มันทุกมืออะ)ก้กินกันตัวแตกครับ มีอย่างอื่นให้ตักด้วยแต่ไม่เอาจะชาบูอย่างเดียวเนี้อนี้ลงน้ำไปไม่ถึง10วิกินได้เลย อร่อยมาก กินเสร็จเดินกลับมาขึ่นรถที่เดิม ชินจูกุยิงดึกยิ่งสวย บางร้านเปิด24ชัวโมง (ร้านดองกี้โฮเต้ ร้านมัสซึโมโต้ ร้านรองเท้า ร้านบิกแคมเมร่า มีทุกๆย่านในญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องไปสาขาชินจูกุเท่านั้น) ขึ่นรถเข้าที่พัก ย่านอิเคะบุคุโระ(ikebukuro ) เป็ยย่านที่เจริญมากๆอีกย่านนึ่งอยู่ใกล้ ชินจุกุเลย เราพักโรงแรม TOKYO SUNSHINE CITY PRINCE HOTEL โรงแรมนี้ด้านหลังเป็นห้างที่ใหญ่มาก มีสวนสนุก พิพิธพรรณสัตร์น้ำ ร้านคิตตี้ ร้านดิสนี จุดชมวิว แต่ไม่ได้เดินอะไม่มีเวลา อ่านมาจากในหนังสื่อเพราะวันนั้นเราไป3ทุ่มห้างปิดแล้วไง รีบพากระเป๋าขึ่นห้องและแม่ขึ่นไปเก็บห้อง แล้วรีบลงมาไปเดินสำรวจเมื่องคนเดียวอิอิ 4ทุ่มล่ะแต่มีบางร้านที่เปิดจนดึกหรื่อเปิด24ชัวโมง เดินเล่นเรื่อยๆตามแผนที่ คนยังเดินกันเยอะเหมื่อนกัน แต๋ร้านปิดไปหมดแล้ว และพึงจะรู้ว่าย่านนี้เป็นย่านร้านเกม ปาจิโกะ และตู้พนั้น ร้านเกมที่นี้เป็นตึกๆเลยครับ หลายร้านมากปิดดึกหรื่อเปิด24ชัวโมงไม่รู้ อันนี้อลังมากเกมลูกเหล้กวิ้งบนราง แค่มองก็งงล่ะว่าเล่นยังไง นังมีตู้การพนันแปลกๆต่างๆด้วย เครื่องราโอในเรื่องเคนชีโร่ก้ใช่นะ เดินออกมาเรื่อยๆจะเจอร้านคิตตี้ ซอยร้านเหล้า จะ5ทุ่มล่ะคนยังเดินกันเยอะเลย นักเรียนก็มี พวกที่ทำงานก็จะมานั่งกินเหล้าแล้วเดินกลับบ้านเซไปเซมาฮาดี เดินไปเรื่อยๆ จนถึงตึก PARCO ตึกนี้เป็นห้างและเป็นสภานนี้รถไฟ JRด้วย ลงไปสำรวจสะหน่อยพรู่งนี้จะได้ไม่ตื่นสถานที่555 หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่น ที่ตึกดอกกี้โอเต้สาขาอีเคะคูบุโระแล้วก็กลับโรงแรมนอนเติมพลังพรู่งนี้เที้ยวเองล่ะ จะไปหลง โตเกียวกัน ปล.ดูทีวีญี่ปุ่นแล้วเจอ เคียวโก๊ะ ฟูคาดะด้วย ขวัญใจสมัยม.ปลายแต่หน้าเดียวนี้ดูอายุเยอะแล้วนะฝันดีเลยฟินๆ ชอบไม่ชอบติชมได้ครับ มีคำถามถามได้ครับ เห็นจะพยามตอบ :on_26: :on_26: :on_26:

Comment

Comment:

Tweet